เคลือบนาโนเซรามิก

การเคลือบเซรามิครถยนต์ ช่วยอะไรบ้าง ?
1. ทำให้ผิวรถเกิดรอยยากขึ้น
ไม่ว่าจะเป็นรถใหม่หรือรถเก่าก็สามารถ COATING ได้หมด แต่ถ้าหากเป็นรถเก่าที่ได้ทำการเคลือบ  CERAMIC COATING  จะเห็นความแตกต่างชัดเจนกว่า เพราะผิวรถจะดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด กระบวนการ CERAMIC COATING ช่วยทำให้ชั้นแล็กเกอร์ของผิวรถ มีความหนาขึ้น ซึ่งเกิดจากการเซ็ทตัวของน้ำยาเคลือบเซรามิกชนิดแข็งตัว เพราะฉะนั้น ผิวรถเลยเงาขึ้น และมีสีที่เข้มขึ้น
2. ปกป้องสีจากแสงแดดได้ดีขึ้น
ช่วยยืดอายุการใช้งานของสีรถได้นานขึ้น จึงทำให้สีรถจะไม่ค่อยหมองเร็ว การจับตัวของฝุ่น คราบสกปรกหรือคราบน้ำ จะไม่เข้าไปฝังแน่นในชั้นของแล็กเกอร์รถ เวลาทำความสะอาด จะรู้สึกได้เลยว่าทำความสะอาดได้ง่ายขึ้น
3. ป้องกันการเกิดรอย เช่น รอยขนแมว รอยขีดข่วน
ได้มากกว่าปกติ บางคนเข้าใจผิดว่าไปเคลือบมาแล้ว เกิดเหตุ เฉียดเบียดชน จะไม่เป็นรอย เป็นได้นะครับ แต่ก็จะเกิดรอยน้อยลงหรือยากขึ้น ส่วนการโดนสะเก็ดหิน มีโอกาสเป็นรอยได้ครับ แต่จะเป็นได้ยากกว่าปกติหน่อยเท่านั้นเอง แต่ก็ขึ้นอยู่กับขนาดของสะเก็ดหินและความเร็วของรถด้วยนะครับ
การเคลือบเซรามิคนั้น สามารถลงแว็กซ์ ได้นะครับ เพราะการลงแว็กซ์ จะทำให้ผิวรถมี LAYER ที่เพิ่มขึ้น ทำให้สามารถแบ่งเบาภาระของชั้นเคลือบแก้วได้ด้วย แต่จะขอแนะนำเป็นน้ำยาเคลือบแบบชนิดน้ำหรือถ้าจะเป็นชนิดขี้ผึ้งก็ไม่ควรใช้เครื่องขัดเบอร์แรงๆ ควรใช้มือลงจะดีที่สุด เสริมอีกนิด คือ การ CERAMIC COATING จริงๆ จะทำเองก็ได้นะครับ ถ้าหากคุณมีพื้นฐานการขัดสี รบรอย ขัดเงา และอุปกรณ์ควรมีให้ครบ โดยเฉพาะอุปกรณ์ที่ขาดไม่ได้ คือ เครื่องขัดที่สามารถปรับเบอร์ความแรงได้ แต่ถ้าถามว่าสีอะไรทำยากปราบเซียนที่สุด ก็คือ สีดำ หรือรถที่มีโทนสีเข้มๆ พื้นสีแบบนี้ต่อให้อยู่ในห้องที่มีไฟส่องรอบคัน ก็อาจยังทิ้งรอย แสงที่เห็นชัดที่สุดเรียกว่าเห็นทุกอณู คือแสงสีแดงนะครับ จะเห็นเต็มๆ รถแต่ละยี่ห้อก็มีชั้นแล็กเกอร์ต่างกันความยากง่ายเลยต่างกันไปด้วย ส่วนเรื่องของคุณภาพน้ำยา อายุการใช้งาน ความแข็งหรือความหนาขึ้นอยู่กับสูตรของน้ำยาเคลือบเซรามิก ซึ่งแต่ละยี่ห้อก็จะมีความหนาตั้งแต่ 7h-9h และมีอายุการใช้งานไม่เท่ากัน เราควรเลือกน้ำยาที่ได้รับการรับรอง และผ่านการวิจัย
 
สุดท้ายผมขอสรุปหัวใจหลักของการทำ CERAMIC COATING ไว้ 3 อย่างสั้นๆ ดังนี้
1. ต้องเตรียมผิวรถเป็น คือ การขัดรบรอย เคลียร์หน้าผิวรถให้สวยที่สุด
2. ต้องมีฝีมือการลงน้ำยา ลงไม่เป็นเปลืองน้ำยา ลงไม่ถูกจังหวะเกิดรอยเกิดคราบได้
3. การเก็บ และแก้งาน งานสุดท้ายนี้สำคัญมากๆ ต้องเดินตรวจเช็ครอบคันให้ละเอียด และแก้รอยน้ำยาที่แข็งตัวแล้วเป็น ซึ่งก็ขึ้นอยู่กับประสบการณ์และความชำนาญ
Visitors: 1,462,593